ร้านตัดผมสุดคูลสำหรับผู้ชายแนววินเทจ

วินเทจร้านตัดผมสุดคูลสำหรับผู้ชายแนววินเทจ

ปัจจุบันไม่ว่าจะไปที่ไหนก็นิยมที่จะย้อนยุคหรือวินเทจไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายเสื้อผ้า , การตกแต่งร้าน หรือแม้กระทั่งการกินอาหาร เพราะอะไรที่มันเป็นยุคสมัยเก่าๆมักจะให้ความรู้สึกคลาสิคและได้ระลึกความหลังไปตั้งแต่ยุคสมัยที่คุณพ่อคุณแม่ยังสาว ร้านตัดผมก็เช่นเดียวกันยิ่งเป็นร้านที่มาการตกแต่งได้วินเทจมากเท่าไหร่ยิ่งจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เรามาดูกันดีกว่ามีร้านตัดผมแนววินเทจที่ไหนบ้างคะ

  1. Black Amber

สำหรับใครที่รักหลงใหลแนววินเทจต้องประทับใจในร้านนี้อย่างแน่นอน เพราะด้วยดีไซน์การออกแบบร้านตกแต่งออกมาได้แบบย้อนยุคสุดๆ ทั้งโซฟาหนัง เก้าอี้ตัดผมที่ถอดแบบมาจากยุคสมัยก่อนอย่างไม่ผิดเพี้ยน หรือแม้กระทั้งสไตล์การแต่งตัวของช่างเอง เรียกได้ว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าไปอาจนึกว่าหลงเข้าไปสู่ยุคสมัยก่อนเลยก็ได้ ส่วนเรื่องฝีมือนั้นไม่ต้องห่วงเพราะทางร้านเค้าเก็บรายละเอียดได้เนี้ยบสุดๆ ทำให้ลุคของคุณออกมาเป็นสุภาพบุรุษแบบไร้ที่ติเชียวล่ะคะ

  1. Tew’s Barbershop

ใครที่เป็นเด็กสยามสแควร์ถ้าไม่รู้จักร้านนี้ถือได้ว่าเชยสุดๆเพราะทางร้านเปิดให้บริการมามากว่า 20 ปี โดยเจ้าของร้านคนเดิม (เป็นแม่ยายของเจ้าของร้านคนปัจจุบัน) ได้ให้บริการตัดผมมาตั้งแต่อายุ 17 ปี จนตอนนี้ 55 ปีแล้วก็ยังคงให้บริการตัดผมลูกค้าประจำอยู่ ส่วนเรื่องของกลิ่นอายทางร้านได้ตกแต่งให้ดูวินเทจแทบทุกจะกระเบียด แถมยังมีห้องส่วนตัวไว้ให้บริการเหมือนสมัยรุ่นคุณพ่อยังหนุ่มอีกด้วย ใครที่อยากทดลองตัดผมกับร้านคุณภาพสไตล์ไทยแท้ๆก็อาจจะต้องโทรไปจองคิวไว้ก่อนเพราะร้านนี้เค้ามีคิวยาวตลอดวัน

  1. Maduro Barber

ร้านนี้ตั้งอยู่ในแหล่งช้อปปิ้งอย่างตลาดรถไฟ ซึ่งเป็นร้านเล็กๆน่ารักตกแต่งบรรยากาศของร้านให้ดูคลายกับยุคสมัย 50s โดยมีเจ้าของร้านเป็นชาวออสเตรเลียที่คร่ำหวอดในวงการบาร์เบอร์มากว่า 15 ปี แต่ถึงแม้ว่าร้านจะดูเล็กๆแต่เชื่อเถอะว่าคุณภาพไม่แพ้ร้านใหญ่ๆเลย เพราะทางร้านมีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากอิตาลีแท้ในราคาย่อมเยาว์ และยังมีการเสริมความคลาสิคด้วยการเปิดเพลงคลอไปเบาๆ ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้นั่งอยู่แถบชนบทในอเมริกา

ถ้ามีโอกาสได้เข้าไปนั่งตัดผมในร้านบรรยกาศดีๆแนววินเทจนิดๆคงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลยจริงไหมคะ ฉะนั้นใครถูกใจร้านไหนก็ลองไปใช้บริการกันดู เพราะนอกจากคุณจะได้เสริมหล่อแล้วยังจะได้ย้อนยุคแถมไปอีกด้วย

 

ข้อมูลอ้างอิง : soymilk.com